Showing posts with label Spare parts. Show all posts
Showing posts with label Spare parts. Show all posts

Friday, August 6, 2010

“สิทธิผล” ชี้ตลาดอะไหล่มอเตอร์ไซค์อีสานยังแรง

เศรษฐกิจต่างจังหวัดพุ่งฉลุย บริษัท สิทธิผล 1919 มั่นใจปี 53 ตลาดอะไหล่รถจักรยานยนต์อีสานโต 9% เร่งวางกลยุทธ์ลงพื้นที่หนุนตัวแทนจำหน่ายขยายตลาดสู่นอกเมืองให้ทั่วถึง

นายศิริ อังคฉัตรชัย ผู้จัดการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท สิทธิผล 1919 เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานของบริษัทช่วงครึ่งปีหลังว่า สิทธิผลมีแผนที่จะรุกตลาดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น เนื่องจากหลายจังหวัดในแถบภาคอีสานมีศักยภาพทางธุรกิจสูง เป็นศูนย์กลางทางการค้า การบริหารงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาของภาค ประกอบกับบริษัทมีตัวแทนจำหน่ายแข็งแกร่งและฐานลูกค้าเติบโตต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าในปี 2553 นี้ บริษัทจะสามารถเพิ่มยอดขายได้ 9%

“บริษัทคาดหวังให้ตัวแทนจำหน่ายทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 1,000 ราย สามารถเพิ่มยอดขายสินค้าได้มากขึ้น สำหรับตลาดแถบอีสานวางกลยุทธ์ลงพื้นที่ช่วยสนับสนุนดีลเลอร์ให้สามารถกระจายสินค้าสู่กลุ่มลูกค้าในเขตนอกเมืองให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น เนื่องจากยังมีบางพื้นที่ที่ยังสามารถเข้าไปทำตลาดและมีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวแทนจำหน่ายอีกทางหนึ่ง”

นายวิวัฒน์ รุจิพรวศิน เจ้าของกิจการ บริษัท ชัยสว่างมอเตอร์พาร์ท 1995 ผู้จัดจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะชะลอตัวตามภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศและผลิตผลทางการเกษตรไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ซึ่งโคราชเป็นแหล่งผลิตใหญ่แต่ประสบปัญหาเพลี้ยแป้งลงเมื่อช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามปัจจัยตลาดในพื้นที่ยังมีความต้องการใช้อะไหล่รถจักรยานยนต์ในสัดส่วนที่สูง เนื่องจาก รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่จำเป็นสำหรับทุกครัวเรือน ประกอบกับผู้บริโภคมีกำลังทรัพย์ที่จะดูแลและบำรุงรักษาง่ายทำให้บริษัทยังรักษาฐานลูกค้าไว้ได้เหมือนเช่นทุกปี

“ปัจจุบันตลาดอะไหล่รถจักรยานยนต์แข่งขันกันสูงขึ้น ธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาประสิทธิภาพสม่ำเสมอ โดยบริษัทมีการลงทุนพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือทำธุรกิจ พร้อมจัดบริการรถขายส่งภายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง อาทิ จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวช่วยผลักดันยอดขายและวางระบบบริหารจัดการร้านได้เป็นอย่างดี”

เพิ่มเติม http://www.posttoday.com

“สิทธิผล” ชี้ตลาดอะไหล่มอเตอร์ไซค์อีสานยังแรง

เศรษฐกิจต่างจังหวัดพุ่งฉลุย บริษัท สิทธิผล 1919 มั่นใจปี 53 ตลาดอะไหล่รถจักรยานยนต์อีสานโต 9% เร่งวางกลยุทธ์ลงพื้นที่หนุนตัวแทนจำหน่ายขยายตลาดสู่นอกเมืองให้ทั่วถึง

นายศิริ อังคฉัตรชัย ผู้จัดการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ บริษัท สิทธิผล 1919 เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานของบริษัทช่วงครึ่งปีหลังว่า สิทธิผลมีแผนที่จะรุกตลาดชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น เนื่องจากหลายจังหวัดในแถบภาคอีสานมีศักยภาพทางธุรกิจสูง เป็นศูนย์กลางทางการค้า การบริหารงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาของภาค ประกอบกับบริษัทมีตัวแทนจำหน่ายแข็งแกร่งและฐานลูกค้าเติบโตต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าในปี 2553 นี้ บริษัทจะสามารถเพิ่มยอดขายได้ 9%

“บริษัทคาดหวังให้ตัวแทนจำหน่ายทุกภูมิภาคทั่วประเทศที่มีอยู่กว่า 1,000 ราย สามารถเพิ่มยอดขายสินค้าได้มากขึ้น สำหรับตลาดแถบอีสานวางกลยุทธ์ลงพื้นที่ช่วยสนับสนุนดีลเลอร์ให้สามารถกระจายสินค้าสู่กลุ่มลูกค้าในเขตนอกเมืองให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น เนื่องจากยังมีบางพื้นที่ที่ยังสามารถเข้าไปทำตลาดและมีโอกาสเติบโตสูง ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวแทนจำหน่ายอีกทางหนึ่ง”

นายวิวัฒน์ รุจิพรวศิน เจ้าของกิจการ บริษัท ชัยสว่างมอเตอร์พาร์ท 1995 ผู้จัดจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ จังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะชะลอตัวตามภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศและผลิตผลทางการเกษตรไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะมันสำปะหลัง ซึ่งโคราชเป็นแหล่งผลิตใหญ่แต่ประสบปัญหาเพลี้ยแป้งลงเมื่อช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามปัจจัยตลาดในพื้นที่ยังมีความต้องการใช้อะไหล่รถจักรยานยนต์ในสัดส่วนที่สูง เนื่องจาก รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่จำเป็นสำหรับทุกครัวเรือน ประกอบกับผู้บริโภคมีกำลังทรัพย์ที่จะดูแลและบำรุงรักษาง่ายทำให้บริษัทยังรักษาฐานลูกค้าไว้ได้เหมือนเช่นทุกปี

“ปัจจุบันตลาดอะไหล่รถจักรยานยนต์แข่งขันกันสูงขึ้น ธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัวและพัฒนาประสิทธิภาพสม่ำเสมอ โดยบริษัทมีการลงทุนพัฒนาระบบซอฟต์แวร์ ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือทำธุรกิจ พร้อมจัดบริการรถขายส่งภายในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง อาทิ จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวช่วยผลักดันยอดขายและวางระบบบริหารจัดการร้านได้เป็นอย่างดี”

เพิ่มเติม http://www.posttoday.com

Monday, July 19, 2010

เอลฟ์ผุด'ELF MOTOZONE'ปั้นยอด20%

ตลาดน้ำมันเครื่องแข่งเดือด ค่ายเอลฟ์เปิดช็อปรูปแบบใหม่ "ELF MOTOZONE"หวังสร้างแบรนด์อะแวร์เนสกับลูกค้า พร้อมเดินหน้ากิจกรรมทางการตลาดไม่ยั้ง ตั้งเป้าสิ้นปีเติบโต 20%

นายพิภพ ยิ่งพัฒนา ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเอลฟ์ บริษัทสิทธิพล 1919 จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มสิทธิพล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทโททาล ออยล์ (ประเทศไทย)จำกัด ซึ่งถือเป็นบริษัทแม่ของน้ำมันเครื่องเอลฟ์ ได้มีการพัฒนารูปแบบร้านค้าใหม่ โดยมีการตกแต่งภายใต้คอนเซ็ปต์ "ELF MOTOZONE"ซึ่งในต่างประเทศมีการเปิดในรูปแบบนี้อยู่แล้ว ในเบื้องต้นจะมีการปรับปรุงร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันเครื่องเอลฟ์จำนวน 30 ร้านค้าทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

สำหรับรูปแบบ"ELF MOTOZONE"จะมีคอนเซ๋ปต์หลักๆคือ คัดเลือกร้านค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานตามที่บริษัทได้ตั้งไว้ และหลังจากนั้นจะมีการเข้าไปตกแต่ง มีการใช้ผลิตภัณฑ์ของเอลฟ์ และสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์เทคโนโลยี การอบรมช่าง และกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบในครั้งนี้จะมี 3 รูปแบบ เอ บี และ ซี เนื่องจากพื้นที่แต่ละร้านไม่เท่ากัน แต่เฉลี่ยจะมีการใช้งบประมาณ100,000 บาท หรืออาจจะมากหรือน้อยกว่านั้น

ปัจจุบันเอลฟ์มีตัวแทนจำหน่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศจำนวนกว่า 370 แห่ง ซึ่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ในครั้งนี้จะทยอยปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง และเอลฟ์คาดว่าผลของการปรับโฉมใหม่จะเป็นการสร้างการรับรู้ของผู้บริโภค หรือแบรนด์อะแวร์เนส ทำให้ผู้บริโภคเกิดการจดจำแบรนด์ของเอลฟ์ ขณะเดียวกันเอลฟ์มีแผนงานขยายเครือข่ายต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันมีปริมาณลูกค้าที่รอกว่า 1,000 ราย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป

นอกจากแผนงานด้านเครือข่ายแล้ว ในปีนี้เอลฟ์ยังรุกตลาดต่อเนื่อง โดยมีการจับมือกับบริษัทโททาล ออยล์ (ประเทศไทย)จำกัด เปิดตัวทีมแข่ง " ELF SMART SPORT RACING TEAM"ซึ่งจะเป็นผู้สนับสนุนหลักในการเข้าแข่งขันในปีนี้ จำนวน 7สนาม และมีนักแข่งในทีมที่มีชื่อเสียงอย่าง แสน เชยศักดิ์ ,ภราดร ศรีชาพันธุ์ ที่จะใช้รถจักรยานยนต์ในรุ่น ฮอนด้า รุ่นซีบีอาร์ 1000อาร์อาร์ ปี 2009 หมายเลข 78 และ 79 ในการแข่งขัน โดยมีประทีป ปริสุทธิ์สุนทร เป็นผู้จัดการทีม

"ปีนี้เราจะเน้นกิจกรรมทางด้านการตลาดผ่านมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ของเราให้เป็นที่รู้จักและแบรนด์มีความแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันเราจะมีกิจกรรมทางการตลาดที่พ่วงไปกับบริษัทสุทธิผลฯ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมความบันเทิง ชมคอนเสิร์ต อีเวนต์ต่างๆ"

นายพิภพ กล่าวว่า ภาพการแข่งขันในตลาดน้ำมันเครื่องของจักรยานยนต์เป็นไปอย่างดุเดือด โดยมีเบอร์หนึ่งคือคาสตรอล ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 20% ขณะที่เอลฟ์ มีส่วนแบ่งทางการตลาด 2% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อย เนื่องมาจากปริมาณการขายของบริษัทเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งยังมีจำนวนน้อย เฉลี่ยขายได้ประมาณ 2 ล้านลิตร จากตลาดรวมที่ขายได้ 60-70 ล้านลิตรต่อปี

โดยผลการดำเนินงานของคาสตรอลในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ยอดขายน้ำมันเครื่องแบบสี่จังหวะเติบโตมากว่า 20% ขณะที่สัดส่วนของสองจังหวะเริ่มลดลง เนื่องจากรถในตลาดมีน้อย ซึ่งปัจจัยการเติบโตดังกล่าวมาจากตลาดรวมเติบโต มีคู่แข่งขันหลายรายที่มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด อาทิ คาสตรอล ที่มีการจัดระเบียบราคาเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การปรับเปลี่ยนเส้นทางการจำหน่าย หรือปตท.ที่มีการแข่งขันด้านราคา โดยเอลฟ์คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะสามารถทำยอดขายเติบโตประมาณ 20% หรือคิดเป็นจำนวนน้ำมัน 2 ล้านลิตร

เพิ่มเติม http://www.thannews.th.com/

เอลฟ์ผุด'ELF MOTOZONE'ปั้นยอด20%

ตลาดน้ำมันเครื่องแข่งเดือด ค่ายเอลฟ์เปิดช็อปรูปแบบใหม่ "ELF MOTOZONE"หวังสร้างแบรนด์อะแวร์เนสกับลูกค้า พร้อมเดินหน้ากิจกรรมทางการตลาดไม่ยั้ง ตั้งเป้าสิ้นปีเติบโต 20%

นายพิภพ ยิ่งพัฒนา ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเอลฟ์ บริษัทสิทธิพล 1919 จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มสิทธิพล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทโททาล ออยล์ (ประเทศไทย)จำกัด ซึ่งถือเป็นบริษัทแม่ของน้ำมันเครื่องเอลฟ์ ได้มีการพัฒนารูปแบบร้านค้าใหม่ โดยมีการตกแต่งภายใต้คอนเซ็ปต์ "ELF MOTOZONE"ซึ่งในต่างประเทศมีการเปิดในรูปแบบนี้อยู่แล้ว ในเบื้องต้นจะมีการปรับปรุงร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายน้ำมันเครื่องเอลฟ์จำนวน 30 ร้านค้าทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด

สำหรับรูปแบบ"ELF MOTOZONE"จะมีคอนเซ๋ปต์หลักๆคือ คัดเลือกร้านค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานตามที่บริษัทได้ตั้งไว้ และหลังจากนั้นจะมีการเข้าไปตกแต่ง มีการใช้ผลิตภัณฑ์ของเอลฟ์ และสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์เทคโนโลยี การอบรมช่าง และกิจกรรมส่งเสริมการขาย โดยการปรับเปลี่ยนรูปแบบในครั้งนี้จะมี 3 รูปแบบ เอ บี และ ซี เนื่องจากพื้นที่แต่ละร้านไม่เท่ากัน แต่เฉลี่ยจะมีการใช้งบประมาณ100,000 บาท หรืออาจจะมากหรือน้อยกว่านั้น

ปัจจุบันเอลฟ์มีตัวแทนจำหน่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศจำนวนกว่า 370 แห่ง ซึ่งการปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ในครั้งนี้จะทยอยปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง และเอลฟ์คาดว่าผลของการปรับโฉมใหม่จะเป็นการสร้างการรับรู้ของผู้บริโภค หรือแบรนด์อะแวร์เนส ทำให้ผู้บริโภคเกิดการจดจำแบรนด์ของเอลฟ์ ขณะเดียวกันเอลฟ์มีแผนงานขยายเครือข่ายต่อเนื่อง เพราะปัจจุบันมีปริมาณลูกค้าที่รอกว่า 1,000 ราย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป

นอกจากแผนงานด้านเครือข่ายแล้ว ในปีนี้เอลฟ์ยังรุกตลาดต่อเนื่อง โดยมีการจับมือกับบริษัทโททาล ออยล์ (ประเทศไทย)จำกัด เปิดตัวทีมแข่ง " ELF SMART SPORT RACING TEAM"ซึ่งจะเป็นผู้สนับสนุนหลักในการเข้าแข่งขันในปีนี้ จำนวน 7สนาม และมีนักแข่งในทีมที่มีชื่อเสียงอย่าง แสน เชยศักดิ์ ,ภราดร ศรีชาพันธุ์ ที่จะใช้รถจักรยานยนต์ในรุ่น ฮอนด้า รุ่นซีบีอาร์ 1000อาร์อาร์ ปี 2009 หมายเลข 78 และ 79 ในการแข่งขัน โดยมีประทีป ปริสุทธิ์สุนทร เป็นผู้จัดการทีม

"ปีนี้เราจะเน้นกิจกรรมทางด้านการตลาดผ่านมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างแบรนด์ของเราให้เป็นที่รู้จักและแบรนด์มีความแข็งแกร่ง ขณะเดียวกันเราจะมีกิจกรรมทางการตลาดที่พ่วงไปกับบริษัทสุทธิผลฯ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมความบันเทิง ชมคอนเสิร์ต อีเวนต์ต่างๆ"

นายพิภพ กล่าวว่า ภาพการแข่งขันในตลาดน้ำมันเครื่องของจักรยานยนต์เป็นไปอย่างดุเดือด โดยมีเบอร์หนึ่งคือคาสตรอล ที่ครองส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 20% ขณะที่เอลฟ์ มีส่วนแบ่งทางการตลาด 2% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อย เนื่องมาจากปริมาณการขายของบริษัทเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งยังมีจำนวนน้อย เฉลี่ยขายได้ประมาณ 2 ล้านลิตร จากตลาดรวมที่ขายได้ 60-70 ล้านลิตรต่อปี

โดยผลการดำเนินงานของคาสตรอลในช่วงที่ผ่านมาพบว่า ยอดขายน้ำมันเครื่องแบบสี่จังหวะเติบโตมากว่า 20% ขณะที่สัดส่วนของสองจังหวะเริ่มลดลง เนื่องจากรถในตลาดมีน้อย ซึ่งปัจจัยการเติบโตดังกล่าวมาจากตลาดรวมเติบโต มีคู่แข่งขันหลายรายที่มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด อาทิ คาสตรอล ที่มีการจัดระเบียบราคาเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน การปรับเปลี่ยนเส้นทางการจำหน่าย หรือปตท.ที่มีการแข่งขันด้านราคา โดยเอลฟ์คาดว่าจนถึงสิ้นปีจะสามารถทำยอดขายเติบโตประมาณ 20% หรือคิดเป็นจำนวนน้ำมัน 2 ล้านลิตร

เพิ่มเติม http://www.thannews.th.com/

Friday, July 16, 2010

ทีมบอสเอลฟ์มั่น "แสน-บอล" บิดฉลุย

“กลุ่มสิทธิผล” โดยผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น “เอลฟ์” เปิดตัว “ELF SMART SPORT RACING TEAM” ผนึก 2 นักกีฬาแชมป์เปียนระดับประเทศ “แสน เชยศักดิ์” จ้าวความเร็วแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ต และ”ภราดร ศรีชาพันธุ์” อดีตนักเทนนิสมือวางอันดับ 9 ของโลกขวัญใจชาวไทย ท้าชิงชัยประลองความเร็วบนอานมอเตอร์ไซค์

นายพิภพ ยิ่งพัฒนา ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น “เอลฟ์” (ELF) บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มสิทธิผล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยระหว่างงานแถลงข่าวเปิดตัวทีมแข่ง “ELF SMART SPORT RACING TEAM” ว่า วัตถุประสงค์หลักของการสนับสนุนตั้งทีมแข่งอย่างเป็นทางการ เพื่อพัฒนาวงการกีฬามอเตอร์สปอร์ต พร้อมสร้างนักแข่งของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล อีกทั้งเป็นการยืนยันสมรรถนะการหล่อลื่นเครื่องยนต์ของน้ำมันเครื่องเอลฟ์ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่พัฒนาขึ้นจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีแห่งความแรง

“บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด ร่วมกับบริษัท โททัลอยล์ (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนจัดตั้งทีมแข่ง “ELF SMART SPORT RACING TEAM” อย่างเป็นทางการ โดยตลอดปี 2553 จะมีการแข่งขันรวม 7 สนาม และเชื่อมั่นว่า “ELF SMART SPORT RACING TEAM” คือ ทีมที่แข็งแกร่ง จะคว้าชัยชนะจากการลงสนามชิงแชมป์มาครองได้สำเร็จ” นายพิภพกล่าว

ด้านนายประทีป ปริสุทธิ์สุนทร ทีมบอส กล่าวว่า ในฐานะที่บริษัท สมาร์ทสปอร์ต จำกัด ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลและบริหารทีม “ELF SMART SPORT RACING TEAM” เราเชื่อมั่นในศักยภาพ เพราะทีมของเราได้มีนักแข่งระดับท็อป ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของวงการกีฬาทั้งรถแข่งและเทนนิส คือ “แสน เชยศักดิ์” และ “ภราดร ศรีชาพันธุ์” ประกอบกับการสนับสนุนจากกลุ่มสิทธิผล ผู้นำตลาดอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในเมืองไทย ได้นำผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “เอลฟ์” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เข้ามาให้การสนับสนุนหลัก เชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนทีมสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน

ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการแข่งขัน ได้แก่ รถ HONDA รุ่น CBR 1000RR ปี 2009 เครื่องยนต์ 999 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 12,500 รอบ/นาที ให้แรงบิด 112.0 NW 8500/นาที รวม 2 คัน หมายเลข 78 และหมายเลข 79

นายประทีป กล่าวต่อว่า หลักการสร้างและบริหารทีม สิ่งที่สำคัญ คือ ระเบียบกติกาและหน้าที่ ซึ่งนักแข่งระดับ “ซูเปอร์” ทั้งสองมีอยู่ในตัวของเขาอยู่แล้ว ก็จะยิ่งทำให้การบริหารทีมเดินเข้าสู่เป้าหมายได้อย่างมี ประสิทธิผลและพร้อมด้วยศักยภาพที่สูง

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันสนามต่อไป วันที่ 24- 25 กรกฎาคม 2553 ในรายการ PRO SERIES THAILAND CHAMPIONSHIP 2010 ณ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรี

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

ทีมบอสเอลฟ์มั่น "แสน-บอล" บิดฉลุย

“กลุ่มสิทธิผล” โดยผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น “เอลฟ์” เปิดตัว “ELF SMART SPORT RACING TEAM” ผนึก 2 นักกีฬาแชมป์เปียนระดับประเทศ “แสน เชยศักดิ์” จ้าวความเร็วแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ต และ”ภราดร ศรีชาพันธุ์” อดีตนักเทนนิสมือวางอันดับ 9 ของโลกขวัญใจชาวไทย ท้าชิงชัยประลองความเร็วบนอานมอเตอร์ไซค์

นายพิภพ ยิ่งพัฒนา ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น “เอลฟ์” (ELF) บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มสิทธิผล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทย เปิดเผยระหว่างงานแถลงข่าวเปิดตัวทีมแข่ง “ELF SMART SPORT RACING TEAM” ว่า วัตถุประสงค์หลักของการสนับสนุนตั้งทีมแข่งอย่างเป็นทางการ เพื่อพัฒนาวงการกีฬามอเตอร์สปอร์ต พร้อมสร้างนักแข่งของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล อีกทั้งเป็นการยืนยันสมรรถนะการหล่อลื่นเครื่องยนต์ของน้ำมันเครื่องเอลฟ์ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษที่พัฒนาขึ้นจากนวัตกรรมทางเทคโนโลยีแห่งความแรง

“บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด ร่วมกับบริษัท โททัลอยล์ (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนจัดตั้งทีมแข่ง “ELF SMART SPORT RACING TEAM” อย่างเป็นทางการ โดยตลอดปี 2553 จะมีการแข่งขันรวม 7 สนาม และเชื่อมั่นว่า “ELF SMART SPORT RACING TEAM” คือ ทีมที่แข็งแกร่ง จะคว้าชัยชนะจากการลงสนามชิงแชมป์มาครองได้สำเร็จ” นายพิภพกล่าว

ด้านนายประทีป ปริสุทธิ์สุนทร ทีมบอส กล่าวว่า ในฐานะที่บริษัท สมาร์ทสปอร์ต จำกัด ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลและบริหารทีม “ELF SMART SPORT RACING TEAM” เราเชื่อมั่นในศักยภาพ เพราะทีมของเราได้มีนักแข่งระดับท็อป ซึ่งถือว่าเป็นบุคคลสำคัญของวงการกีฬาทั้งรถแข่งและเทนนิส คือ “แสน เชยศักดิ์” และ “ภราดร ศรีชาพันธุ์” ประกอบกับการสนับสนุนจากกลุ่มสิทธิผล ผู้นำตลาดอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในเมืองไทย ได้นำผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “เอลฟ์” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก เข้ามาให้การสนับสนุนหลัก เชื่อว่าจะช่วยสนับสนุนทีมสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน

ส่วนรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการแข่งขัน ได้แก่ รถ HONDA รุ่น CBR 1000RR ปี 2009 เครื่องยนต์ 999 ซีซี ให้แรงม้าสูงสุด 178 แรงม้า ที่ 12,500 รอบ/นาที ให้แรงบิด 112.0 NW 8500/นาที รวม 2 คัน หมายเลข 78 และหมายเลข 79

นายประทีป กล่าวต่อว่า หลักการสร้างและบริหารทีม สิ่งที่สำคัญ คือ ระเบียบกติกาและหน้าที่ ซึ่งนักแข่งระดับ “ซูเปอร์” ทั้งสองมีอยู่ในตัวของเขาอยู่แล้ว ก็จะยิ่งทำให้การบริหารทีมเดินเข้าสู่เป้าหมายได้อย่างมี ประสิทธิผลและพร้อมด้วยศักยภาพที่สูง

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันสนามต่อไป วันที่ 24- 25 กรกฎาคม 2553 ในรายการ PRO SERIES THAILAND CHAMPIONSHIP 2010 ณ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา จังหวัดชลบุรี

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

Tuesday, June 22, 2010

“คลินิกรถเครื่อง” แนะเคล็ดลับถนอมรถคู่ใจสิงห์นักบิด

บริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด แนะเคล็ดลับเลือกซื้ออะไหล่และถนอมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจด้วยตนเอง หวังลดสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน ผู้ขับขี่ได้ประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมเพิ่มอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

นายพิเชฐ ตังคไชยนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มสิทธิผล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทยที่ได้ รับการยอมรับและไว้วางใจจากผู้บริโภคและบริษัทผู้ผลิตรถมายาวนานกว่า 90 ปี เปิดเผยว่า “การผลิตรถ แต่ละคันจะต้องมีชิ้นส่วนอะไหล่ประกอบอยู่เป็นจำนวนมาก การเลือกซื้ออะไหล่จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ควรเลือกซื้ออะไหล่ที่ดีมีคุณภาพ เพื่อลดความสิ้นเปลืองและเสริมสร้างสมรรถนะในการขับขี่ ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ความปลอดภัยสูง และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง

บริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด เล็งเห็นว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสภาพรถของตนเองเป็น อย่างดี เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่มีสถิติสูงขึ้นเป็นลำดับ จึงขอแนะนำเคล็ดลับการสังเกตเลือกซื้ออะไหล่รถที่ได้คุณภาพ รวมถึงการดูแลรักษารถในเบื้องต้นด้วยตนเอง ดังนี้

1.ยางรถ เลือกขนาดและชนิดของยางให้เหมาะสมกับขนาดของรถ หมั่นตรวจเช็คความดันลมยางในให้อยู่ในค่ามาตรฐานในขณะที่ยางยังเย็นอยู่หรือ ก่อนการใช้งานเสมอ และตรวจลมยางใน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เมื่อเดินทางไกลควรสูบลมเพิ่ม 1-2 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักมากเกินไป หรือขับขี่ด้วยความเร็วสูงเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนในยางสูงและหลีกเลี่ยง การเบรกกะทันหัน หรือการออกตัวรุนแรง ซึ่งจะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็ว

2.โซ่และสเตอร์ ควรดูแลตรวจสอบความตึงหย่อนของโซ่ทุกๆ สัปดาห์ อีกทั้งไม่ควรตั้งโซ่ ให้ตึงเกินไป เพราะจะทำให้ทั้งโซ่และสเตอร์สึกหรอมาก การบำรุงรักษาโซ่ควรหล่อลื่นด้วยน้ำมันเกียร์เป็นประจำ กรณีที่มีคราบสกปรกมากควรใช้แปรงล้างด้วยน้ำมันโซล่าหรือเบนซิน โซ่และสเตอร์มีอายุการใช้งานประมาณ 10,000 กิโลเมตรเมื่อถึงระยะเวลาเปลี่ยนควรเปลี่ยนทั้งชุด

3.หลอดไฟ ควรเลือกหลอดไฟของแท้ที่ได้มาตรฐานรับรองจากหน่วยงาน เช่น มาตรฐานยุโรป (ECE) มาตรฐานญี่ปุ่น (JIS) เป็นต้น ไม่ควรใช้หลอดไฟวัตต์สูงเกินกว่ามาตรฐานของรถแต่ละรุ่น อีกทั้งควรพกหลอดไฟสำรองติดรถไว้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุควร “เปิดไฟ ใส่หมวกกันน็อค” ทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์

4.น้ำมันหล่อลื่น ควรเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นแบบ 4 จังหวะ หรือออโต้ลูป2 จังหวะ ที่มีคุณภาพและมาตรฐานรับรองโดยสถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเลือกเบอร์ความหนืดให้เหมาะกับชนิดของเครื่องยนต์และสภาพการใช้งานของรถ สังเกตว่าน้ำมันไม่เป็นตะกอนหรือยางเหนียว รวมทั้งหมั่นตรวจเช็คให้ระดับอยู่ในเกณฑ์เพียงพอ หรือเปลี่ยนถ่ายตามระยะกำหนดการใช้งาน

5.หัวเทียน ควรเลือกเขี้ยวหัวเทียนที่มีรูปร่องตัวยู เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการสร้างประกายไฟสำหรับจุดระเบิด ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เกิดการเผาไหม้ที่หมดจด ปราศจากคราบเขม่าอันเป็นสาเหตุให้หัวเทียนบอด กินน้ำมัน เครื่องยนต์สะดุดและสตาร์ทติดยาก ควรหมั่นสังเกตตรวจดูสภาพหัวเทียน โดยสภาพปกติจะมีคราบสีเทาหรือสีน้ำตาลที่ปลายฉนวน

6.สายพานรถออโตเมติก ควรเลือกที่สามารถโค้งงอตัวได้ดีซึ่งช่วยระบายความร้อนและยืดอายุการใช้งาน เนื้อยางต้องทำจากยางสังเคราะห์ เพราะสามารถทนต่อแรงเสียดสี ช่วยให้ส่งกำลังได้ดี หลีกเลี่ยงสายพานไม่ให้ถูกน้ำ น้ำมัน สารเคมี สี หรือสารแปลกปลอมเพราะทำให้สายพานเกิดการ ลื่นไถลขณะใช้งานได้ นอกจากนี้ต้องหมั่นตรวจสอบสภาพสายพานตามระยะทางที่ผู้ผลิตกำหนด

ที่มา http://www.thaipr.net/

“คลินิกรถเครื่อง” แนะเคล็ดลับถนอมรถคู่ใจสิงห์นักบิด

บริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด แนะเคล็ดลับเลือกซื้ออะไหล่และถนอมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจด้วยตนเอง หวังลดสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน ผู้ขับขี่ได้ประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมเพิ่มอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

นายพิเชฐ ตังคไชยนันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มสิทธิผล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทยที่ได้ รับการยอมรับและไว้วางใจจากผู้บริโภคและบริษัทผู้ผลิตรถมายาวนานกว่า 90 ปี เปิดเผยว่า “การผลิตรถ แต่ละคันจะต้องมีชิ้นส่วนอะไหล่ประกอบอยู่เป็นจำนวนมาก การเลือกซื้ออะไหล่จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ควรเลือกซื้ออะไหล่ที่ดีมีคุณภาพ เพื่อลดความสิ้นเปลืองและเสริมสร้างสมรรถนะในการขับขี่ ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ความปลอดภัยสูง และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง

บริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด เล็งเห็นว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสภาพรถของตนเองเป็น อย่างดี เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่มีสถิติสูงขึ้นเป็นลำดับ จึงขอแนะนำเคล็ดลับการสังเกตเลือกซื้ออะไหล่รถที่ได้คุณภาพ รวมถึงการดูแลรักษารถในเบื้องต้นด้วยตนเอง ดังนี้

1.ยางรถ เลือกขนาดและชนิดของยางให้เหมาะสมกับขนาดของรถ หมั่นตรวจเช็คความดันลมยางในให้อยู่ในค่ามาตรฐานในขณะที่ยางยังเย็นอยู่หรือ ก่อนการใช้งานเสมอ และตรวจลมยางใน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เมื่อเดินทางไกลควรสูบลมเพิ่ม 1-2 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักมากเกินไป หรือขับขี่ด้วยความเร็วสูงเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนในยางสูงและหลีกเลี่ยง การเบรกกะทันหัน หรือการออกตัวรุนแรง ซึ่งจะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็ว

2.โซ่และสเตอร์ ควรดูแลตรวจสอบความตึงหย่อนของโซ่ทุกๆ สัปดาห์ อีกทั้งไม่ควรตั้งโซ่ ให้ตึงเกินไป เพราะจะทำให้ทั้งโซ่และสเตอร์สึกหรอมาก การบำรุงรักษาโซ่ควรหล่อลื่นด้วยน้ำมันเกียร์เป็นประจำ กรณีที่มีคราบสกปรกมากควรใช้แปรงล้างด้วยน้ำมันโซล่าหรือเบนซิน โซ่และสเตอร์มีอายุการใช้งานประมาณ 10,000 กิโลเมตรเมื่อถึงระยะเวลาเปลี่ยนควรเปลี่ยนทั้งชุด

3.หลอดไฟ ควรเลือกหลอดไฟของแท้ที่ได้มาตรฐานรับรองจากหน่วยงาน เช่น มาตรฐานยุโรป (ECE) มาตรฐานญี่ปุ่น (JIS) เป็นต้น ไม่ควรใช้หลอดไฟวัตต์สูงเกินกว่ามาตรฐานของรถแต่ละรุ่น อีกทั้งควรพกหลอดไฟสำรองติดรถไว้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุควร “เปิดไฟ ใส่หมวกกันน็อค” ทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์

4.น้ำมันหล่อลื่น ควรเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นแบบ 4 จังหวะ หรือออโต้ลูป2 จังหวะ ที่มีคุณภาพและมาตรฐานรับรองโดยสถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเลือกเบอร์ความหนืดให้เหมาะกับชนิดของเครื่องยนต์และสภาพการใช้งานของรถ สังเกตว่าน้ำมันไม่เป็นตะกอนหรือยางเหนียว รวมทั้งหมั่นตรวจเช็คให้ระดับอยู่ในเกณฑ์เพียงพอ หรือเปลี่ยนถ่ายตามระยะกำหนดการใช้งาน

5.หัวเทียน ควรเลือกเขี้ยวหัวเทียนที่มีรูปร่องตัวยู เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการสร้างประกายไฟสำหรับจุดระเบิด ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เกิดการเผาไหม้ที่หมดจด ปราศจากคราบเขม่าอันเป็นสาเหตุให้หัวเทียนบอด กินน้ำมัน เครื่องยนต์สะดุดและสตาร์ทติดยาก ควรหมั่นสังเกตตรวจดูสภาพหัวเทียน โดยสภาพปกติจะมีคราบสีเทาหรือสีน้ำตาลที่ปลายฉนวน

6.สายพานรถออโตเมติก ควรเลือกที่สามารถโค้งงอตัวได้ดีซึ่งช่วยระบายความร้อนและยืดอายุการใช้งาน เนื้อยางต้องทำจากยางสังเคราะห์ เพราะสามารถทนต่อแรงเสียดสี ช่วยให้ส่งกำลังได้ดี หลีกเลี่ยงสายพานไม่ให้ถูกน้ำ น้ำมัน สารเคมี สี หรือสารแปลกปลอมเพราะทำให้สายพานเกิดการ ลื่นไถลขณะใช้งานได้ นอกจากนี้ต้องหมั่นตรวจสอบสภาพสายพานตามระยะทางที่ผู้ผลิตกำหนด

ที่มา http://www.thaipr.net/

Friday, June 18, 2010

“คลินิกรถเครื่อง” แนะเคล็ดลับถนอมรถคู่ใจสิงห์นักบิด

บริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด แนะเคล็ดลับเลือกซื้ออะไหล่และถนอมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจด้วยตนเอง หวังลดสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน ผู้ขับขี่ได้ประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมเพิ่มอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

นายพิเชฐ ตังคไชยนันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มสิทธิผล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากผู้บริโภคและบริษัทผู้ผลิตรถมายาวนานกว่า 90 ปี เปิดเผยว่า “การผลิตรถ แต่ละคันจะต้องมีชิ้นส่วนอะไหล่ประกอบอยู่เป็นจำนวนมาก การเลือกซื้ออะไหล่จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ควรเลือกซื้ออะไหล่ที่ดีมีคุณภาพ เพื่อลดความสิ้นเปลืองและเสริมสร้างสมรรถนะในการขับขี่ ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ความปลอดภัยสูง และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง

บริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด เล็งเห็นว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสภาพรถของตนเองเป็นอย่างดี เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่มีสถิติสูงขึ้นเป็นลำดับ จึงขอแนะนำเคล็ดลับการสังเกตเลือกซื้ออะไหล่รถที่ได้คุณภาพ รวมถึงการดูแลรักษารถในเบื้องต้นด้วยตนเอง ดังนี้

1.ยางรถ เลือกขนาดและชนิดของยางให้เหมาะสมกับขนาดของรถ หมั่นตรวจเช็คความดันลมยางในให้อยู่ในค่ามาตรฐานในขณะที่ยางยังเย็นอยู่หรือก่อนการใช้งานเสมอ และตรวจลมยางใน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เมื่อเดินทางไกลควรสูบลมเพิ่ม 1-2 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักมากเกินไป หรือขับขี่ด้วยความเร็วสูงเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนในยางสูงและหลีกเลี่ยง การเบรกกะทันหัน หรือการออกตัวรุนแรง ซึ่งจะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็ว

2.โซ่และสเตอร์ ควรดูแลตรวจสอบความตึงหย่อนของโซ่ทุกๆ สัปดาห์ อีกทั้งไม่ควรตั้งโซ่ ให้ตึงเกินไป เพราะจะทำให้ทั้งโซ่และสเตอร์สึกหรอมาก การบำรุงรักษาโซ่ควรหล่อลื่นด้วยน้ำมันเกียร์เป็นประจำ กรณีที่มีคราบสกปรกมากควรใช้แปรงล้างด้วยน้ำมันโซล่าหรือเบนซิน โซ่และสเตอร์มีอายุการใช้งานประมาณ 10,000 กิโลเมตรเมื่อถึงระยะเวลาเปลี่ยนควรเปลี่ยนทั้งชุด

3.หลอดไฟ ควรเลือกหลอดไฟของแท้ที่ได้มาตรฐานรับรองจากหน่วยงาน เช่น มาตรฐานยุโรป (ECE) มาตรฐานญี่ปุ่น (JIS) เป็นต้น ไม่ควรใช้หลอดไฟวัตต์สูงเกินกว่ามาตรฐานของรถแต่ละรุ่น อีกทั้งควรพกหลอดไฟสำรองติดรถไว้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุควร “เปิดไฟ ใส่หมวกกันน็อค” ทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์

4. น้ำมันหล่อลื่น ควรเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นแบบ 4 จังหวะ หรือออโต้ลูป2 จังหวะ ที่มีคุณภาพและมาตรฐานรับรองโดยสถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเลือกเบอร์ความหนืดให้เหมาะกับชนิดของเครื่องยนต์และสภาพการใช้งานของรถ สังเกตว่าน้ำมันไม่เป็นตะกอนหรือยางเหนียว รวมทั้งหมั่นตรวจเช็คให้ระดับอยู่ในเกณฑ์เพียงพอ หรือเปลี่ยนถ่ายตามระยะกำหนดการใช้งาน

5. หัวเทียน ควรเลือกเขี้ยวหัวเทียนที่มีรูปร่องตัวยู เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการสร้างประกายไฟสำหรับจุดระเบิด ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เกิดการเผาไหม้ที่หมดจด ปราศจากคราบเขม่าอันเป็นสาเหตุให้หัวเทียนบอด กินน้ำมัน เครื่องยนต์สะดุดและสตาร์ทติดยาก ควรหมั่นสังเกตตรวจดูสภาพหัวเทียน โดยสภาพปกติจะมีคราบสีเทาหรือสีน้ำตาลที่ปลายฉนวน

6.สายพานรถออโตเมติก ควรเลือกที่สามารถโค้งงอตัวได้ดีซึ่งช่วยระบายความร้อนและยืดอายุการใช้งาน เนื้อยางต้องทำจากยางสังเคราะห์ เพราะสามารถทนต่อแรงเสียดสี ช่วยให้ส่งกำลังได้ดี หลีกเลี่ยงสายพานไม่ให้ถูกน้ำ น้ำมัน สารเคมี สี หรือสารแปลกปลอมเพราะทำให้สายพานเกิดการ ลื่นไถลขณะใช้งานได้ นอกจากนี้ต้องหมั่นตรวจสอบสภาพสายพานตามระยะทางที่ผู้ผลิตกำหนด

เพิ่มเติม http://www.newswit.com

“คลินิกรถเครื่อง” แนะเคล็ดลับถนอมรถคู่ใจสิงห์นักบิด

บริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด แนะเคล็ดลับเลือกซื้ออะไหล่และถนอมรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจด้วยตนเอง หวังลดสถิติอุบัติเหตุบนท้องถนน ผู้ขับขี่ได้ประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมเพิ่มอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

นายพิเชฐ ตังคไชยนันท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด บริษัทในเครือกลุ่มสิทธิผล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ชั้นนำของประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากผู้บริโภคและบริษัทผู้ผลิตรถมายาวนานกว่า 90 ปี เปิดเผยว่า “การผลิตรถ แต่ละคันจะต้องมีชิ้นส่วนอะไหล่ประกอบอยู่เป็นจำนวนมาก การเลือกซื้ออะไหล่จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ควรเลือกซื้ออะไหล่ที่ดีมีคุณภาพ เพื่อลดความสิ้นเปลืองและเสริมสร้างสมรรถนะในการขับขี่ ช่วยยืดอายุการใช้งานให้ความปลอดภัยสูง และประหยัดค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง

บริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด เล็งเห็นว่า ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ควรมีความรู้และเข้าใจเกี่ยวกับสภาพรถของตนเองเป็นอย่างดี เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่มีสถิติสูงขึ้นเป็นลำดับ จึงขอแนะนำเคล็ดลับการสังเกตเลือกซื้ออะไหล่รถที่ได้คุณภาพ รวมถึงการดูแลรักษารถในเบื้องต้นด้วยตนเอง ดังนี้

1.ยางรถ เลือกขนาดและชนิดของยางให้เหมาะสมกับขนาดของรถ หมั่นตรวจเช็คความดันลมยางในให้อยู่ในค่ามาตรฐานในขณะที่ยางยังเย็นอยู่หรือก่อนการใช้งานเสมอ และตรวจลมยางใน อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เมื่อเดินทางไกลควรสูบลมเพิ่ม 1-2 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว ไม่ควรบรรทุกน้ำหนักมากเกินไป หรือขับขี่ด้วยความเร็วสูงเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนในยางสูงและหลีกเลี่ยง การเบรกกะทันหัน หรือการออกตัวรุนแรง ซึ่งจะทำให้ยางเสื่อมสภาพเร็ว

2.โซ่และสเตอร์ ควรดูแลตรวจสอบความตึงหย่อนของโซ่ทุกๆ สัปดาห์ อีกทั้งไม่ควรตั้งโซ่ ให้ตึงเกินไป เพราะจะทำให้ทั้งโซ่และสเตอร์สึกหรอมาก การบำรุงรักษาโซ่ควรหล่อลื่นด้วยน้ำมันเกียร์เป็นประจำ กรณีที่มีคราบสกปรกมากควรใช้แปรงล้างด้วยน้ำมันโซล่าหรือเบนซิน โซ่และสเตอร์มีอายุการใช้งานประมาณ 10,000 กิโลเมตรเมื่อถึงระยะเวลาเปลี่ยนควรเปลี่ยนทั้งชุด

3.หลอดไฟ ควรเลือกหลอดไฟของแท้ที่ได้มาตรฐานรับรองจากหน่วยงาน เช่น มาตรฐานยุโรป (ECE) มาตรฐานญี่ปุ่น (JIS) เป็นต้น ไม่ควรใช้หลอดไฟวัตต์สูงเกินกว่ามาตรฐานของรถแต่ละรุ่น อีกทั้งควรพกหลอดไฟสำรองติดรถไว้เสมอ โดยเฉพาะเมื่อจำเป็นต้องเดินทางไกลเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุควร “เปิดไฟ ใส่หมวกกันน็อค” ทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์

4. น้ำมันหล่อลื่น ควรเลือกใช้น้ำมันหล่อลื่นแบบ 4 จังหวะ หรือออโต้ลูป2 จังหวะ ที่มีคุณภาพและมาตรฐานรับรองโดยสถาบันหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเลือกเบอร์ความหนืดให้เหมาะกับชนิดของเครื่องยนต์และสภาพการใช้งานของรถ สังเกตว่าน้ำมันไม่เป็นตะกอนหรือยางเหนียว รวมทั้งหมั่นตรวจเช็คให้ระดับอยู่ในเกณฑ์เพียงพอ หรือเปลี่ยนถ่ายตามระยะกำหนดการใช้งาน

5. หัวเทียน ควรเลือกเขี้ยวหัวเทียนที่มีรูปร่องตัวยู เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการสร้างประกายไฟสำหรับจุดระเบิด ส่งผลให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เกิดการเผาไหม้ที่หมดจด ปราศจากคราบเขม่าอันเป็นสาเหตุให้หัวเทียนบอด กินน้ำมัน เครื่องยนต์สะดุดและสตาร์ทติดยาก ควรหมั่นสังเกตตรวจดูสภาพหัวเทียน โดยสภาพปกติจะมีคราบสีเทาหรือสีน้ำตาลที่ปลายฉนวน

6.สายพานรถออโตเมติก ควรเลือกที่สามารถโค้งงอตัวได้ดีซึ่งช่วยระบายความร้อนและยืดอายุการใช้งาน เนื้อยางต้องทำจากยางสังเคราะห์ เพราะสามารถทนต่อแรงเสียดสี ช่วยให้ส่งกำลังได้ดี หลีกเลี่ยงสายพานไม่ให้ถูกน้ำ น้ำมัน สารเคมี สี หรือสารแปลกปลอมเพราะทำให้สายพานเกิดการ ลื่นไถลขณะใช้งานได้ นอกจากนี้ต้องหมั่นตรวจสอบสภาพสายพานตามระยะทางที่ผู้ผลิตกำหนด

เพิ่มเติม http://www.newswit.com

Friday, February 5, 2010

“ไออาร์ซี”เอาใจนักบิดเปิดยาง“ไวด์ แฟลร์”

ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตยางรถมอเตอร์ไซค์ “อีโนเว รับเบอร์ฯ ” หนี่งในบริษัทในกลุ่มสิทธิผล เปิดตัวยางใหม่ “ ไวด์ แฟลร์”ลายไฟ รับศักราชปีเสือ เอาใจกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น เผยศึกษาและวิจัยมายาวนานจนรู้ความต้องการลูกค้า พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 นี้ คาดยอดขายกระฉูด รองรับขาโจ๋ รถออโตเมติก 3 ค่ายยักษ์

ทาเคชิ อารากาว่า กรรมการผู้จัดการบริษัท อีโนเวรับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์ไออาร์ซี บริษัทในกลุ่มสิทธิผล เปิดเผยว่า “บริษัทแนะนำผลิตภัณฑ์ยางสำหรับรถจักรยานยนต์ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดอีกรุ่นหนึ่งภายใต้ชื่อว่า “Wild Flare” (ไวด์ แฟลร์) ภายใต้รหัส WF 920 ซึ่งเป็นยางลายไฟตัวใหม่ล่าสุดที่จะออกมาสำหรับตลาดทดแทนของเรารวมทั้งเป็นการฉลองการดำเนินงานในประเทศไทยครบ 40 ปี อีกด้วย

“ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาบริษัทได้สร้างสมประสบการณ์และศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศมาโดยตลอดและสม่ำเสมอ จึงทราบดีว่าความต้องการของผู้บริโภคในประเทศเป็นอย่างไร ดังนั้นในวันนี้บริษัทจึงได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่คือ “Wild Flare” WF920 ออกสู่ตลาดเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ชอบความแตกต่าง” ทาเคชิ กล่าว

ด้าน ซาโตชิ อากาสึกา กรรมการบริหารบริษัท ไออาร์ซี เอชีย รีเสิร์ช จำกัด กล่าวว่า ในปี 1993 “ลายไฟ” ได้รับความนิยมสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ประเภท ครุยเซอร์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงทำให้บริษัทอีโนเวฯ ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการพิจารณาว่าจะใช้ลายไฟกับยางได้อย่างไร ในครั้งแรกได้มีการออกแบบลายไฟสำหรับยางหลังเท่านั้น ต่อมาในปี 1996 ได้พัฒนาใช้กับรถ Suzuki (Desperado) โดยเปลี่ยนแปลงการออกแบบจากลาย WF910 เป็น WF920

เนื่องจากรถรุ่นนี้ยางหน้ามีลักษณะทรงอ้วน และมีการปรับปรุงออกแบบจาก WF910 เกี่ยวกับความสมดุลของร่องยางเพื่อความเสถียร ยาง WF930 นี้เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2005 ได้รับความนิยมมากสำหรับรถสกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งการออกแบบลายของ WF930 นั้นได้ปรับปรุงพัฒนาจากลาย WF920

สำหรับในประเทศไทยมีการวิจัยและพัฒนาการออกแบบมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้รองรับกับตลาด จนที่สุดได้ Wild Flare ลายไฟนี้ออกมาเป็นยางใช้กับรถจักรยานยนต์ออโตเมติกทุกประเภท อาทิ ฮอนด้า สกูปปี้และคลิ๊ก, ยามาฮ่า ฟีโน่และมีโอ และซูซูกิ เจลาโต้ และสกายไดร์ เป็นต้น

“ยางรุ่นใหม่นี้เราเลือกโครงสร้างและเนื้อยางแบบคอมเปาว์ดคุณภาพสูง เพราะต้องการตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในเรื่องของความสมดุลและสมรรถนะในการขับขี่ โดยเฉพาะการเกาะถนนเป็นเยี่ยม ทั้งถนนเปียกและถนนแห้ง มีความนุ่มนวลในการขับขี่ และการควบคุมทำได้อย่างมั่นใจมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด เราเชื่อว่ายางลายไฟ ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดเมืองไทยในปี 2553 นี้ จะถูกใจผู้ใช้และได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับรถจักรยานยนต์ออโตเมติกทุกประเภท” นายซาโตชิกล่าว

นายพิเชฐ ตังคไชยนันท์ ผู้จัดการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ 2 บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด กล่าวว่า บริษัทในฐานะตัวแทนจำหน่ายยางรถจักรยานยนต์ไออาร์ซี คิดว่ายางลายไฟนี้ จะเพิ่มยอดขายกระฉูดได้แน่นนอน ด้วยคุณสมบัติที่ดีมีคุณภาพ รูปลักษณ์ที่สวยงาม โดนใจวัยรุ่นขาโจ๋ ที่ใช้รถจักรยานยนต์ออโตเมติกทุกประเภท และยังชอบการแต่งรถอีกด้วย ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะจากกลุ่มเยาวชนวัยรุ่นผู้ใช้รถที่ชอบแต่งรถให้สวยงาม จะตัดสินใจเลือกซื้อยางลายไฟนี้

ยางไออาร์ซี “ไวด์ แฟลร์” หรือยางลายไฟ ภายใต้รหัส WF920 เปิดตัวแนะนำในวันนี้มีด้วยกัน 3 ขนาด คือ ขนาด 80/90-14F, ขนาด 90/80-14R และขนาด 100/70-14R วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 สนใจหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของบริษัททั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดได้ที่ฝ่ายขายบริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด โทร. 02-639-1919 หรือ http://www.sittipol.com/

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

“ไออาร์ซี”เอาใจนักบิดเปิดยาง“ไวด์ แฟลร์”

ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตยางรถมอเตอร์ไซค์ “อีโนเว รับเบอร์ฯ ” หนี่งในบริษัทในกลุ่มสิทธิผล เปิดตัวยางใหม่ “ ไวด์ แฟลร์”ลายไฟ รับศักราชปีเสือ เอาใจกลุ่มเยาวชนวัยรุ่น เผยศึกษาและวิจัยมายาวนานจนรู้ความต้องการลูกค้า พร้อมวางจำหน่ายตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 นี้ คาดยอดขายกระฉูด รองรับขาโจ๋ รถออโตเมติก 3 ค่ายยักษ์

ทาเคชิ อารากาว่า กรรมการผู้จัดการบริษัท อีโนเวรับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์ไออาร์ซี บริษัทในกลุ่มสิทธิผล เปิดเผยว่า “บริษัทแนะนำผลิตภัณฑ์ยางสำหรับรถจักรยานยนต์ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดอีกรุ่นหนึ่งภายใต้ชื่อว่า “Wild Flare” (ไวด์ แฟลร์) ภายใต้รหัส WF 920 ซึ่งเป็นยางลายไฟตัวใหม่ล่าสุดที่จะออกมาสำหรับตลาดทดแทนของเรารวมทั้งเป็นการฉลองการดำเนินงานในประเทศไทยครบ 40 ปี อีกด้วย

“ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาบริษัทได้สร้างสมประสบการณ์และศึกษาข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภคในประเทศมาโดยตลอดและสม่ำเสมอ จึงทราบดีว่าความต้องการของผู้บริโภคในประเทศเป็นอย่างไร ดังนั้นในวันนี้บริษัทจึงได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่คือ “Wild Flare” WF920 ออกสู่ตลาดเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่ชอบความแตกต่าง” ทาเคชิ กล่าว

ด้าน ซาโตชิ อากาสึกา กรรมการบริหารบริษัท ไออาร์ซี เอชีย รีเสิร์ช จำกัด กล่าวว่า ในปี 1993 “ลายไฟ” ได้รับความนิยมสำหรับรถมอเตอร์ไซค์ประเภท ครุยเซอร์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงทำให้บริษัทอีโนเวฯ ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการพิจารณาว่าจะใช้ลายไฟกับยางได้อย่างไร ในครั้งแรกได้มีการออกแบบลายไฟสำหรับยางหลังเท่านั้น ต่อมาในปี 1996 ได้พัฒนาใช้กับรถ Suzuki (Desperado) โดยเปลี่ยนแปลงการออกแบบจากลาย WF910 เป็น WF920

เนื่องจากรถรุ่นนี้ยางหน้ามีลักษณะทรงอ้วน และมีการปรับปรุงออกแบบจาก WF910 เกี่ยวกับความสมดุลของร่องยางเพื่อความเสถียร ยาง WF930 นี้เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2005 ได้รับความนิยมมากสำหรับรถสกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งการออกแบบลายของ WF930 นั้นได้ปรับปรุงพัฒนาจากลาย WF920

สำหรับในประเทศไทยมีการวิจัยและพัฒนาการออกแบบมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้รองรับกับตลาด จนที่สุดได้ Wild Flare ลายไฟนี้ออกมาเป็นยางใช้กับรถจักรยานยนต์ออโตเมติกทุกประเภท อาทิ ฮอนด้า สกูปปี้และคลิ๊ก, ยามาฮ่า ฟีโน่และมีโอ และซูซูกิ เจลาโต้ และสกายไดร์ เป็นต้น

“ยางรุ่นใหม่นี้เราเลือกโครงสร้างและเนื้อยางแบบคอมเปาว์ดคุณภาพสูง เพราะต้องการตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในเรื่องของความสมดุลและสมรรถนะในการขับขี่ โดยเฉพาะการเกาะถนนเป็นเยี่ยม ทั้งถนนเปียกและถนนแห้ง มีความนุ่มนวลในการขับขี่ และการควบคุมทำได้อย่างมั่นใจมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด เราเชื่อว่ายางลายไฟ ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดเมืองไทยในปี 2553 นี้ จะถูกใจผู้ใช้และได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับรถจักรยานยนต์ออโตเมติกทุกประเภท” นายซาโตชิกล่าว

นายพิเชฐ ตังคไชยนันท์ ผู้จัดการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ 2 บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด กล่าวว่า บริษัทในฐานะตัวแทนจำหน่ายยางรถจักรยานยนต์ไออาร์ซี คิดว่ายางลายไฟนี้ จะเพิ่มยอดขายกระฉูดได้แน่นนอน ด้วยคุณสมบัติที่ดีมีคุณภาพ รูปลักษณ์ที่สวยงาม โดนใจวัยรุ่นขาโจ๋ ที่ใช้รถจักรยานยนต์ออโตเมติกทุกประเภท และยังชอบการแต่งรถอีกด้วย ทำให้มั่นใจว่าจะได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะจากกลุ่มเยาวชนวัยรุ่นผู้ใช้รถที่ชอบแต่งรถให้สวยงาม จะตัดสินใจเลือกซื้อยางลายไฟนี้

ยางไออาร์ซี “ไวด์ แฟลร์” หรือยางลายไฟ ภายใต้รหัส WF920 เปิดตัวแนะนำในวันนี้มีด้วยกัน 3 ขนาด คือ ขนาด 80/90-14F, ขนาด 90/80-14R และขนาด 100/70-14R วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 สนใจหาซื้อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายของบริษัททั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดได้ที่ฝ่ายขายบริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด โทร. 02-639-1919 หรือ http://www.sittipol.com/

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

Wednesday, January 13, 2010

สิทธิผล 1919 ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์หัวเทียน “เด็นโซ่” ป้องกันของเลียนแบบ ย้ำคุณภาพมาตรฐาน

สิทธิผล 1919 ปฏิวัติปรับโฉมแพ็กเกจ หัวเทียน “เด็นโซ่” ใหม่ ย้ำภาพลักษณ์ผู้นำตัวจริง เผยเหตุแบบเดิมของเลียนแบบเยอะ หวั่นลูกค้าเข้าใจผิด ยืนยันปรับใหม่ คุณภาพมาตรฐาน กล่องบรรจุใหม่ ทันสมัย สวยงามขึ้น ทั้งรูปแบบและสีสัน

นายศิริ อังคฉัตรชัย ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์หัวเทียนเด็นโซ่ บริษัท สิทธิผล1919 จำกัด ผู้แทนจำหน่ายหัวเทียนรถจักรยานยนต์ “เด็นโซ่” เปิด

เผยว่า “บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนแพ็กเกจหัวเทียน “เด็นโซ่” ใหม่ โดยเน้นรูปแบบและสีสันให้โดดเด่นสะดุดตามากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถสังเกตเห็นถึงความแตกต่างระหว่างแพ็กเกจ ของแท้และของเลียนแบบ สร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าของแท้ที่มีคุณภาพมาตรฐานจากโรงงาน”

นายศิริ กล่าวต่อว่า “ตลาดหัวเทียนรถจักรยานยนต์ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก อีกทั้งยังมีสินค้าปลอมแปลง ในลักษณะการเลียนแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิด ซื้อของปลอมไปใช้งาน ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์อีกด้วย”

“แพ็กเกจใหม่ของหัวเทียนเด็นโซ่ เน้นรูปแบบและสีสันให้ดูทันสมัยเอกลักษณ์ของกล่องจะเป็นสีแดง สังเกตจากองค์ประกอบ 3 จุดหลักๆ คือ โลโก้บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด ธงตราหมากรุก และตัวรถ จักรยานยนต์

ในด้านประสิทธิภาพหัวเทียน “เด็นโซ่” ผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแกร่งและทนทานต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี โครงสร้างประกอบด้วยฉนวนต้านทานแรงดันไฟฟ้าสูงสามารถป้องกันการรั่วซึมของแก๊สในกระบอกสูบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ดีด้วย” นายศิริ กล่าว

พบกับหัวเทียน “เด็นโซ่” แพ็กเกจใหม่ พลังเร่ง แรงติดจรวด ให้พลังขับเคลื่อนเต็มพิกัด พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวนานขึ้นได้แล้ววันนี้ ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ

เพิ่มเติม http://www.newswit.com

สิทธิผล 1919 ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์หัวเทียน “เด็นโซ่” ป้องกันของเลียนแบบ ย้ำคุณภาพมาตรฐาน

สิทธิผล 1919 ปฏิวัติปรับโฉมแพ็กเกจ หัวเทียน “เด็นโซ่” ใหม่ ย้ำภาพลักษณ์ผู้นำตัวจริง เผยเหตุแบบเดิมของเลียนแบบเยอะ หวั่นลูกค้าเข้าใจผิด ยืนยันปรับใหม่ คุณภาพมาตรฐาน กล่องบรรจุใหม่ ทันสมัย สวยงามขึ้น ทั้งรูปแบบและสีสัน

นายศิริ อังคฉัตรชัย ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์หัวเทียนเด็นโซ่ บริษัท สิทธิผล1919 จำกัด ผู้แทนจำหน่ายหัวเทียนรถจักรยานยนต์ “เด็นโซ่” เปิด

เผยว่า “บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนแพ็กเกจหัวเทียน “เด็นโซ่” ใหม่ โดยเน้นรูปแบบและสีสันให้โดดเด่นสะดุดตามากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถสังเกตเห็นถึงความแตกต่างระหว่างแพ็กเกจ ของแท้และของเลียนแบบ สร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าของแท้ที่มีคุณภาพมาตรฐานจากโรงงาน”

นายศิริ กล่าวต่อว่า “ตลาดหัวเทียนรถจักรยานยนต์ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก อีกทั้งยังมีสินค้าปลอมแปลง ในลักษณะการเลียนแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิด ซื้อของปลอมไปใช้งาน ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์อีกด้วย”

“แพ็กเกจใหม่ของหัวเทียนเด็นโซ่ เน้นรูปแบบและสีสันให้ดูทันสมัยเอกลักษณ์ของกล่องจะเป็นสีแดง สังเกตจากองค์ประกอบ 3 จุดหลักๆ คือ โลโก้บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด ธงตราหมากรุก และตัวรถ จักรยานยนต์

ในด้านประสิทธิภาพหัวเทียน “เด็นโซ่” ผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแกร่งและทนทานต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี โครงสร้างประกอบด้วยฉนวนต้านทานแรงดันไฟฟ้าสูงสามารถป้องกันการรั่วซึมของแก๊สในกระบอกสูบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ดีด้วย” นายศิริ กล่าว

พบกับหัวเทียน “เด็นโซ่” แพ็กเกจใหม่ พลังเร่ง แรงติดจรวด ให้พลังขับเคลื่อนเต็มพิกัด พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวนานขึ้นได้แล้ววันนี้ ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ

เพิ่มเติม http://www.newswit.com

Wednesday, November 4, 2009

บ. น้ำมันปิโตรเลียมไทย เปิดตัวโลโก้ใหม่ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” เน้น“ความทันสมัย-เป็นมืออาชีพ”จับตลาดคนรักรถหวังดันยอดขายโตกว่า 20%

อินคริสซ์ เน็ทเวิร์ค เอเจนซี แอนด์ คอนซัลแทนส์ อัดงบกว่า 25 ล้านบาท ทำกิจกรรมสร้างการรับรู้แบบครบวงจร นายสัมพันธ์ ติงธนาธิกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” (STATES) มาตั้งแต่ปี 2527 โดยผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์”

มีสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้รักรถทั้งในกลุ่มของ น้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ รถเครื่องยนต์ดีเซล และ เบนซิน รวมถึงจาระบีคุณภาพสูง โดยผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ทุกประเภท จะผ่านการวิจัย ค้นคว้า และพัฒนาอย่างต่อเนื่องร่วมกับผู้ผลิตสารเพิ่มคุณภาพชั้นนำของโลก รวมถึงวัตถุดิบคุณภาพสูง และการผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สินค้าของ “สเตทส์” มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเป็นอย่างดียิ่ง จนสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 600 ล้านบาทต่อปี และ ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความไว้วางใจดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ ได้มีการวางแผนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยทำการสำรวจและวิจัยทั้งจากร้านค้า/ตัวแทนจำหน่าย และ ผู้บริโภค โดยเริ่มใช้โลโก้นี้ตั้งแต่ต้นเดือน ตุลาคม 2009 ที่ผ่านมา และมั่นใจว่าการเปลี่ยนโลโก้ใหม่นี้ จะทำให้ภาพลักษณ์ของ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” มีความทันสมัย น่าเชื่อถือ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ และ ทำให้ผู้บริโภคนึกถึง ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และ จะทำให้บริษัทมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20% จากยอดขายในปัจจุบัน

“โลโก้ใหม่ของ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ถูกพัฒนาขึ้นด้วยการนำรูปโล่ห์มาใช้เพื่อสื่อถึงสัญลักษณ์ของการปกป้องที่สัมพันธ์กับคุณประโยชน์ของ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ที่มุ่งเน้นการปกป้องเครื่องยนต์ที่ใช้งานอย่างสมบุกสมบันอย่างมืออาชีพ รวมทั้งรูปแบบของตัวอักษรที่มีทิศทางพุ่งไปข้างหน้าและเส้นสายที่ใข้ความเป็นเหลี่ยมมุม สื่อถึงความรวดเร็วแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง และจากรูปร่างของโลโก้ใหม่นี้จะสื่อให้เห็นถึงความทันสมัย มีมิติ บ่งบอกถึงความมั่นใจสำหรับผู้ที่จะตัดสินใจใช้ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์”

บริษัท ได้เริ่มทำการเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่อย่างเป็นทางการไปแล้ว โดยเริ่มต้นที่สำนักงานใหญ่ โลโก้ที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด ป้ายร้านค้า รวมถึงอุปกรณ์ส่งเสริมการขายทุกชนิด” นายสัมพันธ์กล่าวในที่สุด

นายอุดมชาย ตรีธนะสวัสดิ์ ผู้จัดการส่วนตราผลิตภัณฑ์ บริษัท น้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” เป็นที่รู้จักอย่างดีในกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถ ทั้งในรถจักรยานยนต์ และ รถยนต์ทั่วไป โดย ผลิตภัณฑ์ “สเตทส์” มียอดขายสูงสุดในกลุ่มของผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องสำหรับ รถจักรยานยนต์ ทั้งประเภท 2 จังหวะ และ 4 จังหวะ การเปลี่ยนแปลงโลโก้ครั้งนี้จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์มากขึ้น โดยภายหลังการเปลี่ยนโลโก้ บริษัทฯ ได้ทำการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับร้านค้า/ตัวแทนจำหน่าย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเตรียมกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เกิดการรับรู้แบบครบวงจร ด้านแรก คือ จัดทำภาพยนตร์โฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ถึงโลโก้ใหม่ ซึ่งจะเริ่มทำการแพร่ภาพในช่วง กลางเดือน พฤศจิกายนนี้ สำหรับด้านที่สอง คือ การจัดทำอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย แจกจ่าย และ ติดตั้งให้แก่ร้านค้า ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย เพื่อสร้างความจดจำในตราสัญลักษณ์ใหม่ และ ด้านที่สาม คือ การจัดกิจกรรม (Below The Line) เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ของ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ในครั้งนี้ โดยใช้งบประมาณเพื่อส่งเสริมการรับรู้กว่า 25 ล้านบาท

เพิ่มเติม http://www.newswit.com/

บ. น้ำมันปิโตรเลียมไทย เปิดตัวโลโก้ใหม่ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” เน้น“ความทันสมัย-เป็นมืออาชีพ”จับตลาดคนรักรถหวังดันยอดขายโตกว่า 20%

อินคริสซ์ เน็ทเวิร์ค เอเจนซี แอนด์ คอนซัลแทนส์ อัดงบกว่า 25 ล้านบาท ทำกิจกรรมสร้างการรับรู้แบบครบวงจร นายสัมพันธ์ ติงธนาธิกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท น้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” (STATES) มาตั้งแต่ปี 2527 โดยผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์”

มีสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของผู้รักรถทั้งในกลุ่มของ น้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ รถเครื่องยนต์ดีเซล และ เบนซิน รวมถึงจาระบีคุณภาพสูง โดยผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ทุกประเภท จะผ่านการวิจัย ค้นคว้า และพัฒนาอย่างต่อเนื่องร่วมกับผู้ผลิตสารเพิ่มคุณภาพชั้นนำของโลก รวมถึงวัตถุดิบคุณภาพสูง และการผลิตด้วยเครื่องจักรที่ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า สินค้าของ “สเตทส์” มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าเป็นอย่างดียิ่ง จนสามารถสร้างยอดขายได้มากกว่า 600 ล้านบาทต่อปี และ ยังคงมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ความไว้วางใจดังกล่าวส่งผลให้บริษัทฯ ได้มีการวางแผนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง รวมถึงแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น โดยทำการสำรวจและวิจัยทั้งจากร้านค้า/ตัวแทนจำหน่าย และ ผู้บริโภค โดยเริ่มใช้โลโก้นี้ตั้งแต่ต้นเดือน ตุลาคม 2009 ที่ผ่านมา และมั่นใจว่าการเปลี่ยนโลโก้ใหม่นี้ จะทำให้ภาพลักษณ์ของ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” มีความทันสมัย น่าเชื่อถือ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ และ ทำให้ผู้บริโภคนึกถึง ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ทุกครั้งที่ต้องการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และ จะทำให้บริษัทมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมากกว่า 20% จากยอดขายในปัจจุบัน

“โลโก้ใหม่ของ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ถูกพัฒนาขึ้นด้วยการนำรูปโล่ห์มาใช้เพื่อสื่อถึงสัญลักษณ์ของการปกป้องที่สัมพันธ์กับคุณประโยชน์ของ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ที่มุ่งเน้นการปกป้องเครื่องยนต์ที่ใช้งานอย่างสมบุกสมบันอย่างมืออาชีพ รวมทั้งรูปแบบของตัวอักษรที่มีทิศทางพุ่งไปข้างหน้าและเส้นสายที่ใข้ความเป็นเหลี่ยมมุม สื่อถึงความรวดเร็วแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่ง และจากรูปร่างของโลโก้ใหม่นี้จะสื่อให้เห็นถึงความทันสมัย มีมิติ บ่งบอกถึงความมั่นใจสำหรับผู้ที่จะตัดสินใจใช้ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์”

บริษัท ได้เริ่มทำการเปลี่ยนแปลงโลโก้ใหม่อย่างเป็นทางการไปแล้ว โดยเริ่มต้นที่สำนักงานใหญ่ โลโก้ที่อยู่บนบรรจุภัณฑ์ทุกชนิด ป้ายร้านค้า รวมถึงอุปกรณ์ส่งเสริมการขายทุกชนิด” นายสัมพันธ์กล่าวในที่สุด

นายอุดมชาย ตรีธนะสวัสดิ์ ผู้จัดการส่วนตราผลิตภัณฑ์ บริษัท น้ำมันปิโตรเลียมไทย จำกัด กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” เป็นที่รู้จักอย่างดีในกลุ่มลูกค้าที่ใช้รถ ทั้งในรถจักรยานยนต์ และ รถยนต์ทั่วไป โดย ผลิตภัณฑ์ “สเตทส์” มียอดขายสูงสุดในกลุ่มของผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องสำหรับ รถจักรยานยนต์ ทั้งประเภท 2 จังหวะ และ 4 จังหวะ การเปลี่ยนแปลงโลโก้ครั้งนี้จะส่งผลให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในผลิตภัณฑ์มากขึ้น โดยภายหลังการเปลี่ยนโลโก้ บริษัทฯ ได้ทำการส่งมอบผลิตภัณฑ์ให้กับร้านค้า/ตัวแทนจำหน่าย ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก นอกจากนี้ยังได้มีการจัดเตรียมกิจกรรมเพื่อส่งเสริมให้เกิดการรับรู้แบบครบวงจร ด้านแรก คือ จัดทำภาพยนตร์โฆษณาเพื่อสร้างการรับรู้ถึงโลโก้ใหม่ ซึ่งจะเริ่มทำการแพร่ภาพในช่วง กลางเดือน พฤศจิกายนนี้ สำหรับด้านที่สอง คือ การจัดทำอุปกรณ์ส่งเสริมการขาย แจกจ่าย และ ติดตั้งให้แก่ร้านค้า ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศกว่า 1,000 ราย เพื่อสร้างความจดจำในตราสัญลักษณ์ใหม่ และ ด้านที่สาม คือ การจัดกิจกรรม (Below The Line) เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนโลโก้ใหม่ของ ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น “สเตทส์” ในครั้งนี้ โดยใช้งบประมาณเพื่อส่งเสริมการรับรู้กว่า 25 ล้านบาท

เพิ่มเติม http://www.newswit.com/

Tuesday, October 27, 2009

ฟิลิปปินส์คว้าแชมป์ บีพี คาสตรอล...สุดยอดช่างซ่อมมืออาชีพอาเซียน 2009

กลุ่มบริษัทบีพี คาสตรอล อาเซียน ผนึกพลังจัดการแข่งขัน “สุดยอดช่างซ่อมมืออาชีพอาเซียน กับ บีพี คาสตรอล 2009” (BP CASTROL ASEAN MECHANIC CONTEST 2009) เพื่อชิงความเป็นเจ้าแห่งวงการซ่อม รถมอเตอร์ไซค์ในอาเซียน

โดยมีสุดยอดช่างจาก 4 ประเทศในอาเซียนเข้าร่วมท้าชิงความเป็นหนึ่ง ประกอบด้วย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เพราะถือเป็นชาติ ต้นตำรับในการริเริ่มกิจกรรมการแข่งขันดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการจัดการแข่งขันครั้งแรกในอาเซียน โดยแชมป์จากการแข่งขันได้แก่ มร.มาร์ลู อาเซเดร่า ชาวฟิลิปปินส์ สุดยอดช่างซ่อมแห่งวงการรถมอเตอร์ไซค์อาเซียน ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศกว่า 200,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตรจากการแข่งขัน “สุดยอดช่างซ่อมมืออาชีพอาเซียน กับ บีพี คาสตรอล 2009” (BP CASTROL ASEAN MECHANIC CONTEST 2009) ไปครอง โดยเฉือนเอาชนะ นายณัฏฐพล ฉำแสง สุดยอดช่างซ่อมจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 2 และ มร.อาร์วิน สุดยอดช่างชาวอินโดนีเซียและมร. ตัน พ็อค เตียน จากเวียดนามในอันดับที่ 3 และ 4 ตามลำดับ โดยมีสักขีพยาน ในการแข่งขันเป็นทีมนักบิดระดับโลกจากทีม San Carlo Honda Gresini ร่วมเป็นเกียรติในงาน ซึ่งจัดขึ้น ที่ โรงแรม Pullman King Power เมื่อเร็วๆ นี้

เพิ่มเติม http://www.newswit.com/

ฟิลิปปินส์คว้าแชมป์ บีพี คาสตรอล...สุดยอดช่างซ่อมมืออาชีพอาเซียน 2009

กลุ่มบริษัทบีพี คาสตรอล อาเซียน ผนึกพลังจัดการแข่งขัน “สุดยอดช่างซ่อมมืออาชีพอาเซียน กับ บีพี คาสตรอล 2009” (BP CASTROL ASEAN MECHANIC CONTEST 2009) เพื่อชิงความเป็นเจ้าแห่งวงการซ่อม รถมอเตอร์ไซค์ในอาเซียน

โดยมีสุดยอดช่างจาก 4 ประเทศในอาเซียนเข้าร่วมท้าชิงความเป็นหนึ่ง ประกอบด้วย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เพราะถือเป็นชาติ ต้นตำรับในการริเริ่มกิจกรรมการแข่งขันดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการจัดการแข่งขันครั้งแรกในอาเซียน โดยแชมป์จากการแข่งขันได้แก่ มร.มาร์ลู อาเซเดร่า ชาวฟิลิปปินส์ สุดยอดช่างซ่อมแห่งวงการรถมอเตอร์ไซค์อาเซียน ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศกว่า 200,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตรจากการแข่งขัน “สุดยอดช่างซ่อมมืออาชีพอาเซียน กับ บีพี คาสตรอล 2009” (BP CASTROL ASEAN MECHANIC CONTEST 2009) ไปครอง โดยเฉือนเอาชนะ นายณัฏฐพล ฉำแสง สุดยอดช่างซ่อมจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 2 และ มร.อาร์วิน สุดยอดช่างชาวอินโดนีเซียและมร. ตัน พ็อค เตียน จากเวียดนามในอันดับที่ 3 และ 4 ตามลำดับ โดยมีสักขีพยาน ในการแข่งขันเป็นทีมนักบิดระดับโลกจากทีม San Carlo Honda Gresini ร่วมเป็นเกียรติในงาน ซึ่งจัดขึ้น ที่ โรงแรม Pullman King Power เมื่อเร็วๆ นี้

เพิ่มเติม http://www.newswit.com/

Monday, September 28, 2009

"เอลฟ์-โททาล"ขยายกลุ่มลูกค้า หวังโต20%เจาะวินมอเตอร์ไซค์

"สิทธิผล" เร่งเครื่องขยายตลาดน้ำมันเครื่อง "เอลฟ์" ขยายกลุ่มเป้าหมายลงล่างลุยเจาะวินมอเตอร์ไซค์ มั่นใจปีนี้โตไม่น้อยกว่า 20%

นายสุเมธ ศรีมโนธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท โททาล ออยล์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเครื่องโททาลและเอลฟ์ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้บริษัทอัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่อเนื่อง และพยายามสร้างความหลากหลายในตัวสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยคาดหวังว่าจะทำให้น้ำมันเครื่อง "เอลฟ์" เป็นที่น่าสนใจของตลาด และตั้งเป้าว่าถึงสิ้นปีจะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 20%

นายพิภพ ยิ่งพัฒนา ผู้จัดการผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องเอลฟ์ บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด กล่าวว่า น้ำมันเครื่องเอลฟ์นอกจากจับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยม นโยบายพัฒนาธุรกิจด้านน้ำมันหล่อลื่นปีนี้บริษัทจะขยายสินค้าให้ครบวงจรมากที่สุด ทั้งระบบการขับเคลื่อนยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นทั้งหมด และขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่วินมอเตอร์ไซค์

โดยสิทธิผลและฝ่ายการตลาดของโททาล ออยล์จะทำงานร่วมกัน มีการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการขายและประชา สัมพันธ์สินค้า โดยปัจจุบันจัดทำแคมเปญ ส่งเสริมการขายร่วมกัน

"เราทำงานควบคู่ไปกับอัดกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายผ่านรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การชมภาพยนตร์ ชมคอนเสิร์ต การจัดสัมมนาช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ในจังหวัดต่างๆ"

ส่วนของเครือข่ายและช่องทางการจำหน่ายของบริษัทนั้น นอกจากเครือข่ายที่มีความแข็งแกร่งในปัจจุบัน บริษัทยังได้เพิ่มช่องทางขายผ่านหน่วยเสริมพิเศษ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่างผ่านบริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของสิทธิผลที่เจาะกลุ่มขายตรงเข้าร้านย่อยและเครือข่ายวินมอเตอร์ไซค์ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล นับว่าเป็นจุดเด่นที่แตกต่างสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าค่อนข้างมาก
ตลาดน้ำมันเครื่องโดยรวมในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 500 ล้านลิตร มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นจักรยานยนต์ 80 ล้านลิตร และรถยนต์ 260 ล้านลิตร ที่เหลือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมและเรือ โดยโททาลมีส่วนแบ่งการตลาดน้อยกว่า 5% ในปัจจุบัน

"เอลฟ์-โททาล"ขยายกลุ่มลูกค้า หวังโต20%เจาะวินมอเตอร์ไซค์

"สิทธิผล" เร่งเครื่องขยายตลาดน้ำมันเครื่อง "เอลฟ์" ขยายกลุ่มเป้าหมายลงล่างลุยเจาะวินมอเตอร์ไซค์ มั่นใจปีนี้โตไม่น้อยกว่า 20%

นายสุเมธ ศรีมโนธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท โททาล ออยล์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเครื่องโททาลและเอลฟ์ในประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้บริษัทอัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่อเนื่อง และพยายามสร้างความหลากหลายในตัวสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยคาดหวังว่าจะทำให้น้ำมันเครื่อง "เอลฟ์" เป็นที่น่าสนใจของตลาด และตั้งเป้าว่าถึงสิ้นปีจะมีอัตราการเติบโตไม่น้อยกว่า 20%

นายพิภพ ยิ่งพัฒนา ผู้จัดการผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องเอลฟ์ บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด กล่าวว่า น้ำมันเครื่องเอลฟ์นอกจากจับกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมี่ยม นโยบายพัฒนาธุรกิจด้านน้ำมันหล่อลื่นปีนี้บริษัทจะขยายสินค้าให้ครบวงจรมากที่สุด ทั้งระบบการขับเคลื่อนยานพาหนะ โรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันหล่อลื่นทั้งหมด และขยายกลุ่มเป้าหมายไปสู่วินมอเตอร์ไซค์

โดยสิทธิผลและฝ่ายการตลาดของโททาล ออยล์จะทำงานร่วมกัน มีการจัดกิจกรรม ส่งเสริมการขายและประชา สัมพันธ์สินค้า โดยปัจจุบันจัดทำแคมเปญ ส่งเสริมการขายร่วมกัน

"เราทำงานควบคู่ไปกับอัดกิจกรรมส่งเสริมการจำหน่ายผ่านรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การชมภาพยนตร์ ชมคอนเสิร์ต การจัดสัมมนาช่างซ่อมรถจักรยานยนต์ในจังหวัดต่างๆ"

ส่วนของเครือข่ายและช่องทางการจำหน่ายของบริษัทนั้น นอกจากเครือข่ายที่มีความแข็งแกร่งในปัจจุบัน บริษัทยังได้เพิ่มช่องทางขายผ่านหน่วยเสริมพิเศษ เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าระดับกลางถึงล่างผ่านบริษัท คลินิกรถเครื่อง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของสิทธิผลที่เจาะกลุ่มขายตรงเข้าร้านย่อยและเครือข่ายวินมอเตอร์ไซค์ทั่วกรุงเทพฯและปริมณฑล นับว่าเป็นจุดเด่นที่แตกต่างสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าค่อนข้างมาก
ตลาดน้ำมันเครื่องโดยรวมในประเทศไทยมีอยู่ประมาณ 500 ล้านลิตร มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นจักรยานยนต์ 80 ล้านลิตร และรถยนต์ 260 ล้านลิตร ที่เหลือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมและเรือ โดยโททาลมีส่วนแบ่งการตลาดน้อยกว่า 5% ในปัจจุบัน